งานระบบเครือข่ายและบริการอินเทอร์เน็ต
Networking Systems and Internet Services
หลังจากออกมายอมรับว่าโดนแฮกเกอร์เจาะระบบขโมยข้อมูลลูกค้าในสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้เสียหายที่แน่ชัด ล่าสุดบริษัทสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างซิตี้กรุ้ป (Citigroup) ประกาศว่าจำนวนลูกค้าบัตรเครดิตที่อยู่ในความเสี่ยงจากการเจาะระบบดังกล่าวมีจำนวนมากกว่า 360,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการคาดการณ์เบื้องต้นเกือบเท่าตัว
       
       เพราะซิตี้กรุ้ปออกแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าการถูกเจาะระบบข้อมูลออนไลน์ครั้งล่าสุดทำให้ลูกค้าซิตี้แบงก์ราว 1% ตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งเมื่อคำนวณเทียบกับฐานลูกค้าซิตี้แบงก์ในอเมริกาเหนือ 21 ล้านคนตามรายงานประจำปี 2010 ทำให้สื่อสหรัฐฯเชื่อว่าตัวเลขผู้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจะอยู่ที่ราว 200,000 คน เมื่อครั้งนี้ซิตี้กรุ้ปประกาศจำนวนผู้ตกอยู่ในความเสี่ยง 360,083 คน สถิติผู้เสียหายจึงถูกมองว่าเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร
       
       การถูกเจาะระบบของซิตี้กรุ้ปถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2011 โดยซิตี้กรุ้ปออกมายอมรับว่าพบร่องรอยการแฮกผ่านระบบบัญชีใช้งานออนไลน์ (Account Online) เชื่อว่าแฮกเกอร์มีจุดประสงค์ในการเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าซิตี้กรุ้ปเขตสหรัฐอเมริกา เบื้องต้นคาดว่าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลชื่อ หมายเลขบัญชี ข้อมูลที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลแอดเดรสเท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญอย่างรหัสผ่าน วันเกิด วันหมดอายุบัตร หรือข้อมูลส่วนตัวที่อาจจะนำไปสู่การถูกขโมยตัวตน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทั้งหมดนี้ซิตี้กรุ้ปยืนยันว่าได้มีการป้องกันและสอดส่องดูแลความผิดปกติอย่างเข้มงวดนับตั้งแต่สามารถตรวจจับพบว่าระบบของซิตี้กรุ้ปถูกแฮก โดยได้เริ่มส่งจดหมายชี้แจงแก่ลูกค้าที่มีความเสี่ยงตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน และลูกค้ากว่า 217,657 คนได้รับบัตรใบใหม่เพื่อใช้แทนใบเดิมเรียบร้อย โดยผู้ใช้ที่เหลืออีกกว่า 1.5 แสนรายนั้นบางส่วนปิดบัญชี ขณะที่บางส่วนได้รับบัตรใบใหม่แล้วเพราะเหตุผลที่ต่างกันไป
       
       สำหรับข้อมูลการแฮกอื่นๆ ซิตี้กรุ้ประบุว่าไม่สามารถเปิดเผยได้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและเพื่อไม่ให้เสียรูปคดี โดยย้ำให้ผู้ใช้บริการบัตรเครดิตของซิตี้กรุ้ปทุกคนจับตาธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติ แล้วรายงานให้ซิตี้กรุ้ปทราบโดยเร็ว
       
       ซิตี้กรุ้ปเป็นเพียง 1 ในหลายหน่วยงานใหญ่ที่ตกเป็นข่าวถูกแฮกระบบในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ โดยสถาบันการเงินระดับโลกอย่างไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund) กลายเป็นข่าวถูกเจาะระบบโดยแฮกเกอร์ไม่ทราบสัญชาติเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกูเกิล (Google) ที่ยอมรับเมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่าบัญชีจีเมล (Gmail) บริการอีเมลของกูเกิลถูกเจาะระบบจนทำให้ข้อมูลผู้ใช้หลายร้อยคนถูกดึงไป หรือในเดือนเมษายนที่บริษัทโซนี่ (Sony) ออกมายอมรับว่าระบบเกมเพลย์สเตชัน (Playstation Network) นั้นถูกเจาะระบบ ทำให้ผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านคนมีความเสี่ยงถูกขโมยข้อมูล
ปรับปรุงข้อมูล : 9/11/2554 16:05:15     ที่มา : งานระบบเครือข่ายและบริการอินเทอร์เน็ต     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 6891

กลุ่มข่าวสาร : ข่าวประกาศ

ข่าวล่าสุด

วิธีการเปลี่ยนการยืนยันตัวตนโดยใช้ MFA Microsoft Authenticator
วิธีการเปลี่ยนการยืนยันตัวตนโดยใช้ MFA Microsoft Authenticatorเครื่องมือที่ใช้ในการยืนยันตัวตน Multi-Factor Authentication (MFA) เป็นวิธีการในการยืนยันตัวตน โดยใช้การยืนยันตัวตนหลายอย่าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้สะดวกในการใช้งานและมีความปลอดภัยมากขึ้น1. เข้า Email มหาวิทยาลัยแม่โจ้ https://www.office.comทำการลงชื่อผู้ใช้งานให้เรียบร้อย แล้วกดที่ Profile มุมขวาบน แล้วเลือก View account2. เลือก Security info3. ทำการลบ Sign-in method ที่ไม่จำเป็นออก เมื่อลบแล้วให้กด Add sign-in method4. เลือก Authenticator app กด Add5. ระบบจะแนะนำให้ผู้ใช้งานทำการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Authenticator app ผ่านระบบมือถือ แล้วกด Next  ** ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตั้งได้ ตามระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานทั้ง Android และ iOS6. เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Authenticator app ผ่านระบบมือถือแล้ว กด Next7. เปิดโปรแกรม Microsoft Authenticator app ในโทรศัพท์มือถือ กดเพิ่มเครื่องหมาย +8. เลือก Work or school account แล้วเลือก Scan QR Code9. ทำการ Scan QR code ที่ปรากฎในหน้าจอ**หากไม่สามารถ Scan QR code ได้เนื่องจาก QR code หมดอายุ ให้คลิ๊ก Back แล้วกด Next เพื่อให้ QR Code แสดงใหม่แล้วทำการ Scan ใหม่อีกครั้ง10. เมื่อ Scan QR code บนโทรศัพท์มือถือสำเร็จ จะปรากฎชื่อบัญชีที่ตั้งค่าใน Microsoft Authenticator app และจะปรากฎชุดตัวเลข บนหน้าจอ11. ทำการกรอกตัวเลขไปยัง Microsoft Authenticator app บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันตัวตน แล้วกด Yes12. กด Next13. Microsoft Authenticator app ทำการยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว กด Done14. การยืนยันตัวตนโดยใช้ MFA Microsoft Authenticator สำเร็จแล้ว สามารถเลือกวิธีการยืนยันตัวตนได้ โดยกด Change15. ค่าเริ่มต้นการยืนยันตัวตนโดยใช้ MFA Microsoft Authenticator คือ App based authentication - notification
17 กุมภาพันธ์ 2567     |      2559
การเปิดใช้งาน MFA Microsoft Authenticator
การเปิดใช้งาน MFA Microsoft Authenticatorเข้าใช้งานเว็บไซต์ https://www.office.com ทำการลงชื่อผู้ใช้งาน Sign in2. Login โดยใช้ username @mju.ac.th แล้วกด Next3. ใส่รหัสผ่าน Email แล้วกด Sign in4. กด Next เพื่อเข้าใช้งาน5. ระบบจะแนะนำให้ผู้ใช้งานทำการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Authenticator app ผ่านระบบมือถือ แล้วกด Next  ** ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตั้งได้ ตามระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานทั้ง Android และ iOS6. เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Authenticator app ผ่านระบบมือถือแล้ว กด Next7. เปิดโปรแกรม Microsoft Authenticator app ในโทรศัพท์มือถือ กดเพิ่มเครื่องหมาย +8. เลือก Work or school account แล้วเลือก Scan QR Code9. ทำการ Scan QR code ที่ปรากฎในหน้าจอ**หากไม่สามารถ Scan QR code ได้เนื่องจาก QR code หมดอายุ ให้คลิ๊ก Back แล้วกด Next เพื่อให้ QR Code แสดงใหม่แล้วทำการ Scan ใหม่อีกครั้ง10. เมื่อ Scan QR code บนโทรศัพท์มือถือสำเร็จ จะปรากฎชื่อบัญชีที่ตั้งค่าใน Microsoft Authenticator app และจะปรากฎชุดตัวเลข บนหน้าจอ11. ทำการกรอกตัวเลขไปยัง Microsoft Authenticator app บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันตัวตน แล้วกด Yes12. กด Next13. Microsoft Authenticator app ทำการยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว กด Done14. เข้าใช้งาน MS365 ผ่านเว็บ Browser ได้
15 กุมภาพันธ์ 2567     |      6081
การถอนการติดตั้งโปรแกรม Adobe Creative Cloud
การถอนการติดตั้งโปรแกรม Adobe Creative Cloud ด้วย Creative Cloud Cleaner tool How and when to use the Creative Cloud Cleaner tool?ดาวน์โหลด Creative Cloud Cleaner tool สำหรับ Windows ดาวน์โหลด Creative Cloud Cleaner tool สำหรับ macOS ขั้นตอนการถอนการติดตั้งโปรแกรม Adobe Creative Cloud (ระบบปฏิบัติการ Windows)1. ทำการ ดาวน์โหลด Creative Cloud Cleaner tool สำหรับ Windows2. แตกไฟล์ zip คลิ๊กขวาเลือก Run as administrator3. เลือก e แล้วกด Enter4. พิมพ์ y กด Enter5. เลือกโปรแกรมที่ต้องการจะลบ เลือกลบทั้งหมด (All) พิมพ์ 1 แล้วกด Enter6.ดูหมายเลข ของ Clean All. ใส่หมายเลขแล้วกด Enter 7.พิมพ์ y กด Enter เพื่อยืนยันการลบโปรแกรม เมื่อเสร็จแล้วกด Enter ออกจากโปรแกรม แล้ว Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการลบโปรแกรม Adobe Creative Cloud  ขั้นตอนการถอนการติดตั้งโปรแกรม Adobe Creative Cloud (ระบบปฏิบัติการ macOS)ทำการดาวน์โหลด Creative Cloud Cleaner tool สำหรับ macOSแตกไฟล์ zip แล้ว Double Click เพื่อติดตั้งโปรแกรม กด Open3. เลือกโปรแกรมที่ต้องการจะลบ เลือกลบทั้งหมด (All) กด Clean All4. เมื่อทำการถอนการติตตั้งเสร็จ ปิดโปรแกรม แล้ว Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอนการลบโปรแกรม Adobe Creative Cloud 
13 พฤศจิกายน 2566     |      7511