งานระบบเครือข่ายและบริการอินเทอร์เน็ต
Networking Systems and Internet Services

สุด .. ได้เลขท้าย ๓ ตัวมาจากหลวงพ่อ เลยแทงไป ๑๕ บาท ปรากฏว่าถูกเผง ได้มา ๖๐๐ บาท เขาดีใจมาก เที่ยวอวดใครต่อใครในหมู่บ้านว่าถูกหวย แต่พอรู้ว่า คอนซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ก็แทงหวย ๓ ตัวถูกเหมือนกัน แต่ได้เงินมากกว่าคือ ๒ , ๐๐๐ บาท เพราะแทงมากกว่า สุดเลยยิ้มไม่ออก หงอยไปทั้งวัน แถมยังโมโหตัวเองที่แทงน้อยไป

ใจ .. ไปเที่ยวไนท์บาซ่า เห็นผ้าพื้นเมืองลายงาม ราคา ๕๐๐ บาท แต่เธอต่อได้ ๓๕๐ บาทจึงคว้าผ้าผืนนั้นกลับโรงแรมด้วยความดีใจ แต่พอรู้ว่าไก่เพื่อนร่วมห้องก็ซื้อผ้าแบบเดียวกันมา แต่ได้ราคาถูกกว่า คือ ๓๐๐ บาท ใจก็หุบยิ้มทันที ไม่รู้สึกโปรดปรานผ้าของตนอีกต่อไป

แม้เราจะมี " โชค " หรือได้ของดีที่ถูกใจ
แต่หากไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นเมื่อใด
สุขก็อาจกลายเป็นทุกข์ทันที หากรู้ว่าคนอื่นได้มากกว่า ได้ของดีกว่า
หรือได้ของที่ถูกกว่า ส่วนของดีที่เราได้มากลับด้อยคุณค่าไปถนัดใจ

บางครั้งอาจทำให้เราทุกข์กว่าตอนที่ยังไม่ได้ของนั้นมาด้วยซ้ำ
ที่จริงไม่ต้องไปเทียบกับของคนอื่นก็ได้
เพียงแค่เห็นของรุ่นใหม่วางขายหรือโฆษณาตามสื่อต่างๆ
ก็เกิดความไม่พอใจในของเดิมที่มีอยู่ทันที
ทั้งๆ ที่มันก็ยังใช้ได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนใจ
ยกเว้นข้อเดียวคือ มันสู้ของใหม่ที่วางขายไม่ได้
ทั้งๆ ที่มีของดีอยู่กับตัว แต่คนเราแทนที่จะพอใจกลับรู้สึกเป็นทุกข์
เพียงเพราะใจไปจดจ่ออยู่กับสิ่งดีกว่า (หรือมากกว่า) ที่ตัวเองยังไม่มี

แต่เมื่อใดก็ตามที่ของชิ้นนั้นเกิดมีอันเป็นไป
เช่นทำตกหล่นหรือถูกขโมยไป เราก็จะกลับมาเห็นคุณค่าของมัน
และนึกเสียใจที่เสียมันไป จะกินจะนอนก็ยังนึกถึงมันด้วยความเสียดาย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นใน กรณีที่เป็นสิ่งของเท่านั้น
แต่ยังเกิดกับกรณีที่เป็นคนด้วย เช่น คนรัก หรือแม้แต่พ่อแม่และลูก

ผู้คนจำนวนมากไม่เห็นคุณค่าหรือมีความสุขกับคนใกล้ชิด
เพราะไปนึกเปรียบเทียบคนอื่นว่าเขามีพ่อแม่ คนรัก หรือลูกที่ดีกว่าเรา
แต่วันใดที่เราเสียเขาไป เราถึงจะกลับมาเห็นคุณค่าของเขา
และเศร้าโศกเสียใจจนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว
เฝ้าหวนคำนึงถึงวันคืนเก่าๆ ที่เขาเคยอยู่กับเรา

คนเรามักทุกข์เพราะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ยังไม่มี หรืออาลัยในสิ่งที่สูญเสียไป
พูดให้ครอบคลุมกว่านั้นก็คือ
ทุกข์เพราะใจยังติดยึดอยู่กับอนาคตและอดีต
อนาคตและอดีตที่ว่ามิได้หมายถึง
สิ่งดีๆ ที่ยังไม่มีหรือที่เสียไปเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงสิ่งไม่พึงปรารถนาที่ (คาดว่า) รออยู่ข้างหน้า
เช่นอุปสรรค และสิ่งไม่พึงปรารถนาที่พานพบ คำต่อว่า หรือการกระทำที่น่ารังเกียจ

คำตำหนิติเตียนไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้
หากเราไม่เก็บเอาคิดซ้ำคิดซาก คำพูดเหล่านั้นผ่านพ้นไปนานแล้ว
แต่ที่ยังบาดใจเราอยู่ก็เพราะเราไม่ยอมปล่อยวางมันต่างหาก
ยิ่งคิดคำนึงถึงมันมากเท่าไรก็ยิ่งซ้ำเติมตัวเองมากเท่านั้น

การเอาเปรียบ กลั่นแกล้ง ทรยศ หักหลัง ก็เช่นกัน
แม้เป็นอดีตไปนานแล้ว แต่เราก็ยังทุกข์อยู่กับเหตุการณ์ดังกล่าว
ไม่ใช่เพราะเขายังทำเช่นนั้นกับเราอยู่
แต่เป็นเพราะเราชอบย้อนภาพอดีต
กลับมาฉายซ้ำในใจอย่างไม่ยอมเลิกรา
ย้อนแต่ละทีก็เหมือนกับกรีดแผลลงไปที่ใจ
หยุดย้อนอดีตเมื่อใดใจก็หายเจ็บเมื่อนั้น

อดีตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนอนาคตยังมาไม่ถึง
แต่จะมาถึงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ได้!
แต่บ่อยครั้งเรากลับยึดมั่นสำคัญหมายอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ว่ามันจะต้องเกิด ขึ้นแน่ เท่านั้นยังไม่พอถ้าเป็นเรื่องแง่ลบด้วยแล้ว
เรามักจะวาดภาพไปในทางเลวร้าย
แล้วก็ยึดมันเอาไว้ไม่ให้คลาดไปจากใจ ทั้งๆ ที่ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์

ชายผู้หนึ่งเดินขึ้นตึกไปหาหมอ เพื่อฟังผลตรวจโรค
พอหมอบอกว่า พบก้อนมะเร็งระยะที่สองในปอดของเขา
เขาก็ถึงกับทรุด เข่าอ่อนเดินไม่ได้ กลับถึงบ้านก็กินไม่ได้
นอนไม่หลับ ซึมไปเป็นเดือน

ส่วนหญิงผู้หนึ่ง ป่วยกระเสาะกระแสอยู่นานหลายสัปดาห์
แล้ววันหนึ่งหมอก็บอกว่า เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่ตับ
จะอยู่ได้ไม่เกิน ๓ เดือน ปรากฏว่าผ่านไปแค่ ๑๒ วัน เธอก็สิ้นใจ
ทั้งสองกรณีไม่ได้ทรุดฮวบเพราะโรคมะเร็งเล่นงาน
แต่เป็นเ พราะใจเสีย ทันทีที่ได้ยินข่าวร้าย
ใจก็นึกภาพอนาคตของตัวเองไปในทางเลวร้าย
ยิ่งผู้ป่วยรายที่สองด้วยแล้ว
เธอนึกไปถึงวันตายของตัวเองเลยทีเดียว
แถมยังปรุงแต่งไปในทางที่มืดมน
เท่านั้นไม่พอเธอยังหมกมุ่นกับภาพดังกล่าวไม่หยุดหย่อน
ทั้งๆ ที่มันยังไม่เกิดขึ้น ผลก็คือถูกความทุกข์ท่วมทับจนมิอาจทานทนต่อไปได้

บ่อยครั้งเราเป็นทุกข์เพราะเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
เช่น การสอบไม่ติดหรือตกงาน
โดยตัวมันเองไม่ก่อปัญหาแก่เรา มากเท่ากับใจที่ปรุงแต่งไปล่วงหน้า
ว่านับแต่นี้ไปชีวิตจะลำบากยากแค้นเพียงใด แล้วจะอยู่ดูโลกนี้ต่อไปได้อย่างไร
แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจพบว่าที่แท้เราตีตนก่อนไข้ไปเอง
เพราะปัญหาต่างๆ ที่ตามมาไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่คิด
สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปรุงแต่งเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงเท่านั้น
กับสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า บางครั้งเราก็ปรุงแต่งให้เลวร้ายเกินจริง
เช่น อยู่รีสอร์ตคนเดียวกลางดึก ได้ยินเสียงผิดปกติ
ก็ปรุงแต่งไปทันทีว่าถูกผีหลอก หรือไม่ก็มีคนจะมาทำร้าย
เห็นคู่รักกำลังคุยอย่างสนิทสนมกับชายหนุ่มในร้านอาหาร
ก็คิดไปทันทีว่า เธอกำลังนอกใจ

การคิดปรุงแต่งที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงนั้น
เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่เมื่อใดที่เราหลงยึดว่ามันเป็นเรื่องจริง
เราก็กำลังก่อทุกข์ให้กับตัวเอง
แถมยังสามารถสร้างปัญหาให้แก่คนอื่นได้ด้วย

วัยรุ่นนั่งกินอาหารอยู่หน้าร้าน เผอิญขี้นกหล่นใส่หัว
แต่เขากลับคิดว่าเจ้าของร้านถ่มน้ำลายใส่หัว
จึงทะเลาะกับเจ้าของร้านอย่างรุนแรง
สักพักก็ออกจากร้านแล้วกลับมาพร้อมกับพวกอีกหลายคน
ควักปืนออกมายิงกราด
ถูกภรรยาเจ้าของร้านซึ่งกำลังท้อง ๕ เดือนตายคาที่
กลายเป็นฆาตกรที่ถูกตำรวจหมายหัวทันที

การยึดติดสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นเอง
เป็นที่มาอีกประการหนึ่งของความทุกข์
ทีแรกเราเป็นฝ่ายปรุงแต่งมันขึ้นมา
แต่เผลอเมื่อใดมันก็กลับมาเป็นนายเรา
สามารถผลักใจของเราไปสู่ความทุกข์
และชักนำชีวิตของเราไปในทางเสื่อมได้ง่ายๆ

กี่ครั้งกี่หนที่เราทำร้ายตัวเองและทำร้ายซึ่งกันและกัน
เพียงเพราะหลงเชื่อ ความคิดที่เราปรุงแต่งขึ้นมา
พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ไม่ได้ปรุงแต่งขึ้นมาเอง
แต่เป็นความจริงแท้ๆ จะไม่ก่อปัญหา

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่สร้างความทุกข์แก่เรา
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ อยู่ในขณะนี้
เช่น รถเสีย เงินไม่พอใช้ ทะเลาะกับคนรัก ลูกคบเพื่อนไม่ดี งานไม่ก้าวหน้า
แต่ถ้าเรามัวแต่นึกถึงเรื่องเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะทำอะไร ก็กวาดเอาปัญหาต่างๆ มาครุ่นคิดด้วย
ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวกันเลย เช่น กำลังทำงานอยู่
ก็ไปกังวลถึงรถ ถึงลูก ถึงพ่อแม่ แล้วยังห่วงคู่รักอีก
อย่างนี้แล้วจะไม่ทุกข์ได้อย่างไร

ปัญหาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม !
แต่เมื่อใดที่เรากวาดเอาปัญหาต่างๆ มาทับถมจิตใจ
ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา (หรือไม่ใช่เวลา) ที่จะแก้ไข
ก็เตรียมตัวกลุ้มได้เลย นี้เป็นการยึดติดอีกแบบหนึ่ง

อันที่จริงแม้มีปัญหาแค่เรื่องเดียว
แต่ถ้าหมกมุ่นอยู่กับมันตลอดเวลา ก็ทำให้คลั่งได้
ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเล็กแต่ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่ายๆ
เช่น หมกมุ่นกับสิวไม่กี่เม็ดบนใบหน้าวันแล้ววันเล่า
ก็อาจทำให้เจ็บป่วยหรือถึงกับทำร้ายตัวเองได้

การยึดเอาปัญหาต่างๆ มาทับถมใจ
บางครั้งก็ไปไกลถึงขนาดไปกวาดเอาปัญหาของคนอื่น
มาเป็นของเราเสียเอง เช่น เพื่อนมาปรึกษาปัญหาชีวิต
ก็เลยเอาปัญหาของเขามาเป็นของตนด้วย
จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

เท่านั้นยังไม่พอบางคนถึงกับแบกปัญหาของประเทศมาไว้กับตัว
เลยเป็นเดือน! เป็นแค้นกับสถานการณ์บ้านเมือง
ทะเลาะกับใครไปทั่วที่คิดต่างจากตน
สุดท้ายก็เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาบ้านเมืองไป

การยึดติดที่ลึกไป กว่านั้นคือ การยึดติดในตัวตน
สาเหตุที่เราทะเลาะกับคนที่คิดไม่เหมือนเรา
ก็เพราะเรายึดติดในความคิดของเรา

ความสำคัญมั่นหมายว่านี้เป็น " ความคิดของฉัน "
สะท้อนถึงความยึดติดในตัวตน
หรือที่ท่านพุทธทาสเรียกว่า ยึดติดใน " ตัวกู ของกู "

นอกจากความคิดแล้ว เรายังยึดติดสิ่งต่างๆ อีกมากมายว่า
เป็นตัวฉันของฉัน อาทิ สิ่งของ บุคคล ชุมชน ประเทศ ศาสนา
มีอะไรมากระทบกับสิ่งนั้น ก็เท่ากับว่ากระทบ " ตัวฉัน "
ด่าว่ารถของฉัน ก็เท่ากับด่าฉันด้วย
วิจารณ์ศาสนาของฉันก็เท่ากับวิจารณ์ฉันด้วย

เป็นเพราะเหตุนี้ เมื่อสิ่งของสูญหาย คนรักจากไป
เราจึงอดหวนนึกถึงไม่ได้ เพราะใจยังยึดว่าเป็นของฉันอยู่
จึงยังมีเยื่อ! ใยที่ดึงให้ใจย้อนระลึกถึงอยู่เสมอ
เวลาให้ของแก่ใครไป ความยึดติดในของชิ้นนั้นก็ยังมีอยู่
จึงเฝ้าดูว่าเขาจะใช้ของชิ้นนั้นหรือไม่
ถ้าไม่ใช้ก็รู้สึกเป็นทุกข์ที่เขาไม่ได้ใช้ของ " ของฉัน "
ญาติโยมหลายคนจึงไม่สบายใจที่พระไม่ได้ฉันอาหารที่ตนถวาย

ยึดติดในตัว ตนอีกอย่างคือการยึดมั่นสำคัญหมายว่า
ฉันเก่ง ฉันหล่อ ฉันเป็นส.ส. ฯลฯ ไปไหนก็อดตัวพองไม่ได้
อยากแสดงบารมีให้ใครรู้ว่า " นี่กูนะ "
อยู่ที่ใดก็ต้องการให้คนชื่นชม สรรเสริญ เคารพ นบไหว้
แต่ถ้าไม่ได้รับการปฏิบัติดังกล่าว ก็จะโมโหขุ่นเคือง
จนอาจคำรามว่า " รู้ไหมว่ากูเป็นใคร ?"
ยิ่งเจอคำวิจารณ์ด้วยแล้ว ยิ่งทนไม่ได้เข้าไปใหญ่

การยึดติดใน " ตัวกู ของกู หรือนี่กู! นะ " เป็นรากเหง้าแห่งความทุกข์ นานัปการ
นำไปสู่การกระทบกระทั่งขัดแย้งและทำร้ายกัน
ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดความเครียดบีบคั้นภายใน
เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
ใช่แต่เท่านั้น แม้ได้สิ่งที่พึงปรารถนา
ก็ยังทุกข์เพราะได้ไม่สมใจ หรือทุกข์ที่คนอื่นได้มากกว่า

ที่น่าแปลกก็คือเราไม่ได้ยึดเอาแค่สิ่งดีๆ ที่ถูกใจ
ว่าเป็นตัวกูของกูเท่านั้น สิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกใจ
เราก็ยังยึดเป็นตัวกูของกูอีกเช่นกัน
เช่น ความเจ็บปวด เมื่อเกิดกับกาย
แทนที่จะเห็นว่า กายปวดเท่านั้น กลับไปยึดเอาว่า " ฉันปวด "
ความปวดเป็นของฉัน

เมื่อความโกรธเกิดขึ้นกับใจ
ก็ยึดมั่นสำคัญหมายว่า " ฉันโกรธ " ความโกรธเป็นของฉัน
ความยึดมั่นดังกล่าวรุนแรงชนิดที่ใจไม่ยอมไปไหน
มัวจดจ่อวนเวียนอยู่กับความปวดหรือความโกรธนั้นๆ อย่างเดียว
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความเผลอของใจ
รู้ทั้งรู้ว่ายึดแล้วทุกข์แต่ก็ยังยึดเพราะขาดสติ
ถ้าใจมีสติ ก็จะไม่เผลอยึดต่อไป

ความปวดความโกรธยังมีอยู่ก็จริง แต่คราวนี้มันทำอะไรจิตใจไม่ได้
เพราะใจไม่โดดเข้าไปให้ความปวดความโกรธเผาลน
เหมือนกองไฟที่ยังลุกไหม้อยู่
แต่ตราบใดที่เราไม่โดดเข้าไปในกองไฟ
หากถอยออกมาห่างๆ เป็นแค่ผู้สังเกตเฉยๆ ไฟก็ทำอะไรเราไม่ได้

สติช่วยให้ใจแยกออกมาอยู่ห่างๆ
จากความเจ็บปวดแ! ละอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
กลายเป็น " ผู้ดู " มิใช่ " ผู้ปวด " หรือ " ผู้โกรธ "
จากความยึดติดกลายเป็นการปล่อยวาง

การปล่อยวางดังกล่าว
คือ หัวใจของการเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งหลาย
เพราะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว
ความทุกข์ทั้งมวลเกิดจากความยึดติด
ยึดติดอดีตกับอนาคต ยึดติดสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นเอง
ยึดติดปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
รวมทั้งยึดเอาปัญหาต่างๆ มาเป็นของตน
ที่สำคัญคือ การยึดติดในตัวตน
เมื่อใดที่ปล่อยวางจากความยึดติดดังกล่าวได้
ความทุกข์ก็ไม่อาจทำอะไรเราได้อีกต่อไป

สติช่วยให้เรารู้ตัวเมื่อเผลอไปอาลัยอาวรณ์ในอดีต หรือวิตกกังวลกับอนาคต
พาจิตกลับมาอยู่กับปัจจุบันเมื่อรู้ตัวว่า
เผลอไปจมอยู่กับเหตุร้ายที่ผ่านไปแล้ว
คอยทักท้วงใจไม่ให้หลงเชื่อความคิดปรุงแต่ง
เพราะตระหนักว่า ความจริงอาจไ! ม่เป็นอย่างที่คิด
ในยามที่เผลอกวาดเอาปัญหาต่างๆ มาทับถมใจจนหนักอึ้ง

สติช่วยให้เราแก้ปัญหาเป็นเปลาะๆ เป็นเรื่องๆ
ไม่เอาปัญหาใดมาครุ่นคิดหากยังไม่ถึงเวลา (หรือไม่ใช่เวลา) ที่จะแก้
เวลาพักผ่อน ก็พักผ่อนเต็มที่
เมื่อถึงเวลาแก้ปัญหา ก็ใช้ปัญญาอย่างเต็มที่
ไม่มามัวตีโพยตีพาย หรือน้อยเนื้อต่ำใจว่า "ทำไมถึงต้องเป็นฉัน ?"

ความทุกข์นั้นไม่ได้อยู่ที่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา
แต่อยู่ที่ว่าเรามีท่าทีหรือรู้สึกอย่างไรกับมันต่างหาก

แม้ปัญหาจะหนัก แต่ถ้าเริ่มต้นจากการยอมรับมันว่า
เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
ไม่ปฏิเสธผลักไสมันหรือก่นด่าชะตากรรม
ตั้งสติให้ได้แล้วหาทางแก้ไขมัน
แต่ขณะที่มันยังไม่หายไปไหน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

ไม่หวนนึกถึงอดีตอันผาสุก หรือปรุงแต่งอนาคตไปในทางเลวร้าย
ขณะเดียวกันก็ไม่หมกมุ่นอยู่กับปัญหา
หากปล่อยวางมันบ้าง ความสุขก็หาได้ไม่ยาก

นายทหารผู้หนึ่งไปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานที่ทรงเคยเป็นอุปัชฌาย์ของตนมาก่อน
พอ! ไปถึงประโยคแรกที่กราบทูลก็คือ " หนักครับ ช่วงนี้แย่มากเลยครับ "
ว่าแล้วเขาก็ทูลเล่าปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต

สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงฟังอยู่นาน
แทนที่จะตรัสแนะนำหรือปลอบใจ
พระองค์กลับรับสั่งให้เขานั่งคุกเข่า ยื่นมือสองข้าง
แล้วพระองค์ก็เอากระดาษแผ่นหนึ่งวางบนฝ่ามือของเขา
" นั่งอยู่นี่แหละ อย่าไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา "

รับสั่งเสร็จพระองค์ก็เสด็จเข้าไปในตำหนัก
นายทหารนั่งในท่านั้นอยู่นาน จาก ๑๐ นาทีเป็น ๒๐ นาที
สมเด็จพระสังฆราชก็ยังไม่เสด็จออกมา
เขาเริ่มเหนื่อย มือและขาเริ่มสั่น กระดาษชิ้นเล็กๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ
จนประคองแทบไม่ไหว พอสมเด็จพระสังฆราชเจ้าเสด็จกลับมา
ก็ทรงถามว่า " เป็นไง ?"

คำตอบของเขาคือ " หนักครับ พระเดชพระคุณ เมื่อยจนจะทนไม่ไหว "
" อ้าว ทำไมไม่วางมันลงเสียละ ?"
สมเด็จรับสั่ง " ก็ไปยอมให้มันอยู่อย่างนั้น มันก็หนักอยู่ยังงั้นนะซี
มันจะเป็นอื่นไปได้ยังไง "

กระดาษที่เบาหวิว แต่หากถือไว้นานๆ
ไม่ยอมปล่อย ก็กลายเป็นของหนักไปได้
แต่ปัญหาถึงจะใหญ่โตเพียงใด
ถ้าไม่ยึดถือเอาไว้ ก็ไม่ทำให้เรา! ทุกข์ได้

ใช่หรือไม่ว่าหินก้อนใหญ่จะกลายเป็นของหนัก
และสร้างทุกข์ให้แก่เราก็ต่อ เมื่อเราแบกมันเอาไว้เท่านั้น
เมื่อมีสติรักษาใจ รู้เท่าทันความคิด ไม่เผลอยึดติดจนจิตหนักอึ้ง
แม้งานจะยาก อุปสรรคจะเยอะ ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้

ปรับปรุงข้อมูล : 1/1/2557 0:00:00     ที่มา : งานระบบเครือข่ายและบริการอินเทอร์เน็ต     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 7891

กลุ่มข่าวสาร : บทความน่าสนใจ

ข่าวล่าสุด

ย้ายข้อมูลจาก Google Drive สู่ OneDrive ง่ายๆด้วย mover
ตามที่บริการ Google Workspace for Education ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายการให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ ( Free Cloud Storage) จากเดิมไม่จำกัดพื้นที่การใช้งาน เปลี่ยนเป็นจำกัดพื้นที่ใช้งานทุกสถานศึกษา โดยภายในเดือนกรกฎาคม 2565 จะลดพื้นที่เก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์รวมทั้งองค์กร (Pool storage) ให้เหลือเพียง 100 TB ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้โปรแกรม Google Drive, Gmail, Google Photos ภายใต้บัญชี @gmaejo.mju.ac.th เพื่อป้องกันผลกระทบจากการใช้งาน มหาวิทยาลัยมีแนวทางดังนี้จำกัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของนักศึกษาให้เหลือบัญชีละ 30 GBจำกัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของอาจารย์และบุคลากรให้เหลือบัญชีละ 70 GBแจ้งเตือนผู้ใช้ที่ใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากผิดปกติ ให้ปรับลดพื้นที่ ถ่ายโอนข้อมูลที่ ไม่จำเป็นออกภายวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 หากเกินกำหนด บัญชีดังกล่าวจะถูกหยุดการใช้งานพื้นที่ Google Drive ชั่วคราว (Disable)เพื่อเป็นการลดผลกระทบในการใช้งานของท่าน จึงแจ้งขอให้ท่านดำเนินการสำรองข้อมูลไปไว้ยังแหล่งจัดเก็บอื่น หรือ ใช้โปรแกรม **Microsoft One Drive ของมหาวิทยาลัยทดแทน (@mju.ac.th) ซึ่งให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 5 TBการคัดลอกหรือย้ายข้อมูลจาก googledrive ไปยัง one drive 2 มีวิธีคัดลอกหรือย้ายด้วยการใช้เว็ปไซต์ mover.io ข้อดีคือ สะดวกและรวดเร็วไม่จำเป็นต้องมีพื้นท่ีภายใน Hardware ของเรา ข้อจำกัดคือ ไฟล์ประเภทGoogle Drawing, Google Photo ,Google Forms, Google Site และ Google Maps ,Jamboard จะไม่คัดลอกมาด้วย ซึ่งสามารถคัดลอกด้วยตนเองภายหลังคัดลอกหรือย้ายด้วยการดาวน์โหลดไฟล์และส่งผ่านไปยัง onedrive folder ข้อดีคือ สามารถย้ายและกักเก็บข้อมูล ได้ทุกรูปแบบ ข้อควรระวัง คือ ควรเตรียมพื้นที่ที่ใช้รองรับการดาวน์โหลดไฟล์ ภายใน Hardware ให้พร้อมข้อจำกัดสำหรับการโอนไฟล์ผ่าน Mover.ioไม่สามารถถ่ายโอนไฟล์ Google Drawings, Forms, Sites, และ Map ได้ไฟล์ที่แชร์และถูกปิดไม่ให้ดาวน์โหลด พิมพ์ หรือคัดลอกได้ไฟล์ที่เป็นทางลัดไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 15GBไฟล์ที่มีขนาด 0 byteเครื่องหมายพิเศษในชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่มีจะถูกลบชื่อไฟล์ไม่เกิน 256 ตัวอักษร ชื่อโฟลเดอร์ไม่เกิน 250 ตัวอักษร และรวมทั้งพาร์ตไม่เกิน 400 ตัวอักษรนอกจาก Google Drive แล้ว ยังมีบริการอื่น ๆ ที่สามารถย้ายไปยัง OneDrive ได้ง่าย ๆ ด้วยบริการนี้ด้วย เช่น Box, Dropbox, Dropbox Business หรือ Egnyte
1 มิถุนายน 2565     |      91
วิธีติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 บนคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีชิป TPM 2.0 หรือฮาร์ดแวร์ไม่รองรับ
วิธีติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 บนคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีชิป TPM 2.0 หรือฮาร์ดแวร์ไม่รองรับ.การติดตั้ง Windows 11 กรณีที่ตรวจสอบสเปกแล้วไม่ผ่าน ฮาร์ดแวร์ไม่รองรับ ทำให้ติดตั้งไม่ได้ มีแนวทางแก้ไขดังนี้**มีคำเตือนด้วยเช่นกันว่า การฝืนติดตั้งอาจทำให้ระบบไม่มีความเสถียร และอาจได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคิดว่าสเปกคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่น่าจะไหว อยากใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 11 จริง ๆ ก็ทำได้ อย่างมากหากใช้ไม่ไหวจริง ๆ ก็แค่ถอนการติดตั้งเปลี่ยนกลับไปใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 เหมือนเดิมก็ได้**เพิ่มค่า Key ตัวใหม่ในขั้นตอนการติดตั้ง (Setup)สำหรับวิธีการนี้ จะเป็นการเพิ่มค่า Key ตัวใหม่เข้าไป เพื่อบังคับข้ามการตรวจสอบ (Bypass) คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ในขั้นตอนติดตั้ง โดยจะทำได้เมื่อเราใช้วิธี ซึ่งก็จะมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้หลังที่เราทำ USB เป็น Installation Media แล้วบูตคอมพิวเตอร์ใหม่ผ่านไดร์ฟ USB เพื่อเริ่มติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 ไปตามปกติแน่นอนว่าเมื่อฮาร์ดแวร์เราไม่รองรับ เราก็จะพบกับหน้าต่างแจ้งเตือนว่า "This PC can’t Run Windows 11" ก็กด "ปุ่ม Back" เพื่อย้อนกลับไปที่หน้า Installer ภาพจาก : https://min.news/en/tech/5ac6205ed0071f883a9e0c4fa99d4bd1.htmlกด "ปุ่ม Shift + F10" เพื่อเปิดหน้าต่าง Command Prompt ขึ้นมา พิมพ์ลงไปว่า "regedit" แล้วกด "ปุ่ม Enter"โปรแกรม Registry Editor จะถูกเปิดขึ้นมาให้เราไปยังตำแหน่ง "HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\Setup"คลิกขวาที่ "โฟลเดอร์ Setup" ในพาเนลด้านซ้ายมือ เลือก "เมนู New" ตามด้วย "Key"ตั้งชื่อ Key ใหม่นี้ว่า "LabConfig"คลิกขวาที่โฟลเดอร์ LabConfig ในพาเนลด้านซ้ายมือ เลือก "เมนู New" ตามด้วย "DWORD (32-bit) Value"ตั้งชื่อไฟล์ว่า "BypassTPMCheck" ทำตามขั้นตอนใน "ข้อ 8." ซ้ำอีกครั้ง เพื่อสร้างไฟล์ "BypassRAMCheck" และ "BypassSecureBootCheck" เราจะได้มาทั้งหมด 3 ไฟล์ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ เพื่อเปลี่ยนค่าในช่องใส่ค่า (Value Data) จาก "0" ให้เป็น "1" ทำให้ครบทั้ง 3 ไฟล์ปิดหน้าต่างโปรแกรม Registry Editor แล้วเริ่มติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11 ต่ออีกครั้งได้ทันทีcredit : thaiware.com
30 พฤษภาคม 2565     |      101
ลืมรหัสผ่าน Email มหาวิทยาลัย
ลืมรหัสผ่าน Email มหาวิทยาลัยแม่โจ้กรณีที่ผู้ใช้งานลืมรหัสผ่านมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถดำเนินการได้ดังนี้หากผู้ใช้งานดำเนินการลงทะเบียนยืนยันตัวตน Email มหาวิทยาลัยมาก่อนแล้ว สามารถแก้ไขปัญหาได้ดังนี้2. กด Forgot my Password3. กรอก Email มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กรอกรหัสตามภาพ แล้วกด Next4.ผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบการยืนยันตัวได้ ทั้งผ่าน Email สำรอง หรือ ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือกรณียืนยันตัวตนผ่าน Email สำรอง4.1 เลือก Email my alternate email กด Email4.2 กรอกรหัส 6 ตัว ที่ได้รับจาก Email กด Next4.3 ระบบจะให้ทำการตั้งรหัสผ่านใหม่ แล้วกด Finishกรณียืนยันตัวตนผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ4.1 เลือก Text my mobile phone  ใส่หมายเลขโทรศัพท์ กด Text4.2 กรอกรหัส 6 ตัว ที่ได้รับจากข้อความทางโทรศัพท์มือถือ กด Next4.3 ระบบจะให้ทำการตั้งรหัสผ่านใหม่ แล้วกด Finish2. หากผู้ใช้งานไม่ได้ทำการลงทะเบียนยืนยันตัวตน สามารถแจ้งได้ที่ http://network.mju.ac.th
25 กุมภาพันธ์ 2565     |      229
คู่มือการติดตั้ง MATLAB
โปรแกรม Matlab Campus Wide License สำหรับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์ Matlab Campus Wide License รวมทั้ง Simulink และ toolbox ครบทั้งชุด สำหรับนักศึกษาและบุคลากร ดาวน์โหลดและติดตั้งฟรี สามารถใช้งานทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย แบบออนไลน์และออฟไลน์ เข้าถึงได้จากทุกเว็บเบราว์เซอร์และใช้พิมพ์งานวิจัยได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ MathWorks - Makers of MATLAB and Simulink - MATLAB & Simulinkหมายเหตุ **ลงทะเบียนสมัครสมาชิก และดาวน์โหลด โดยใช้อีเมลของมหาวิทยาลัย (@mju.ac.th)ขั้นตอนในการติดตั้งและเปิดใช้งานสิทธิ์การใช้งาน MATLAB CAMPUS WIDE LICENSE สำหรับนิสิต อาจารย์ และบุคลากร วิธีดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ MathWorks บนคอมพิวเตอร์ของตนเองวิดีโอแนะนำการใช้งาน MATLAB มหาวิทยาลัยแม่โจ้Install an Individual License Video - MATLAB (mathworks.com)คู่มือการติดตั้ง MATLABขั้นตอนการติดตั้งและเปิดใช้งานเรียกใช้โปรแกรมติดตั้งในตัวติดตั้งเลือกเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี MathWorks และทำตามคำแนะนำออนไลน์เลือกผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการดาวน์โหลดและติดตั้งหลังจากดาวน์โหลดและติดตั้งผลิตภัณฑ์ของคุณให้เลือกช่องทำเครื่องหมายเปิดใช้งาน MATLAB แล้วคลิกถัดไปเมื่อถูกขอให้ระบุชื่อผู้ใช้ให้ตรวจสอบว่าชื่อผู้ใช้นั้นถูกต้อง ดำเนินการต่อด้วย กระบวนการจนกว่าการเปิดใช้งานจะเสร็จสมบูรณ์คู่มือเอกสาร MATLAB มหาวิทยาลัยแม่โจ้Self-Paced Online Courses (mathworks.com)System Requirements and Supported CompilersLearn with MATLAB and Simulink TutorialsMATLAB and Simulink Courseware - MATLAB & Simulink (mathworks.cn)Products on Campus-Wide LicensesMATLAB Image Processing FundamentalsDeep Learning Image workshopสามารถติดตามข่าวสาร หรือการสัมมนาที่ทาง MATLAB จัดขึ้นได้ที่ Line Group MJU
25 พฤศจิกายน 2564     |      979